การเจริญเติบโตทางจิตใจและอารมณ์ของเด็กวัยทารกแรกเกิดถึง1 ปี

author   February 3, 2012   Comments Off on การเจริญเติบโตทางจิตใจและอารมณ์ของเด็กวัยทารกแรกเกิดถึง1 ปี

ในวัยนี้มีการเจริญเติบโตมากทั้งทางกาย ทางสมอง ทางจิตใจ และมีการปรับตัวไปพร้อม ๆ กัน เด็กเกิดใหม่ช่วยตัวเองไม่ได้เลย ต้องการผู้เลี้ยงดูที่ให้ความสนใจและเอาใจใส่สม่ำเสมอเพื่อตอบสนองสิ่งที่ร่างกายต้องการ ได้แก่ อาหาร ความอบอุ่น ความสะอาด และการนอนที่เพียงพอ การโอบอุ้มให้ความรักความอบอุ่นจะทำให้เด็กเรียนรู้ถึงสิ่งแวดล้อมที่ให้ความสบาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตในระยะต่อไป บางคนเชื่อกันว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมในวัยทารกจะมีความบกพร่องในบุคลิกและความสามารถในการปรับตัว โดยเฉพาะในด้านมนุษยสัมพันธ์

ในระยะ 1-2 เดือนแรกทารกสามารถดูดนมได้ แต่ยังไม่สามารถใช้ประสาทได้ดี ทั้งในการเห็น การได้ยิน หรือการสัมผัส เมื่อมีสิ่งใดมารบกวนเด็กจะแสดงออกโดยการร้อง สะดุ้ง หรือเคลื่อนไหวทั้งตัว สายตาจะมองไปโดยไม่มีจุดหมาย บางครั้งจะยิ้มคนเดียว ถ้าได้รับการเลี้ยงดูสมํ่าเสมอในอาทิตย์ที่ 4 หรือที่ 6 ทารกจะเริ่มยิ้มกับผู้ที่เข้ามาพูดคุยด้วย นับเป็นยิ้มที่ทำให้แม่หรือผู้เลี้ยงดูชื่นใจเป็นครั้งแรก ทารกชอบการโอบอุ้มและการสัมผัสทางกาย ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจ ทารกมีความสุขเมื่อท้องอิ่ม และเมื่อได้ใช้ปากดูด ดังนั้น ในการให้นม (ไม่ว่าจะเป็นนมมารดาหรือนมขวด) จึงควรอุ้มทารกไว้แนบอก ในขณะที่ดูดนมทารกจะมองหน้าแม่หรือผู้ที่โอบอุ้ม และค่อย ๆ จดจำลักษณะหน้าตาที่เห็นช้า ๆ ได้ที่ละน้อย แม่ควรพูดคุยกับลูกไปด้วย ทารกบางคนอาจจะเริ่มทำเสียงในคอตามเสียงผู้ใหญ่ได้ในวัยนี้

วัย 3-6 เดือน ทารกจะชันคอได้ มองดูสิ่งรอบตัวได้มากขึ้นและสนใจผู้เลี้ยงดู อาจมอง ตามแม่ที่เดินไปเดินมาอยู่ใกล้ ๆ มีการเคลื่อนไหวของแขนขาและลำตัวมากขึ้น ถ้าร้องก็จะเงียบเมื่อมีคนอุ้ม การดูดนมและการขับถ่ายจะทำได้ดีขึ้น แต่บางรายก็อาจจะยังมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะในลูกคนแรกที่แม่ยังมีความกังวลใจอยู่บ้าง แม่บางรายอ่านตำราหลายเล่ม ปรึกษาผู้ชำนาญหลาย คน แล้วพยายามนำมากระทำตาม ที่สำคัญควรจะค่อยๆสังเกตลูกไปทีละน้อย เช่น ทารกบางคนอาจจะหิวเป็นเวลาทุก 3-4 ชั่วโมง แต่บางคนก็หิวไม่สม่ำเสมอหรือต้องการนมจำนวนไม่เท่า กันในแต่ละครั้ง แม่ไม่ควรกังวลจนเกินไป ถ้าถือหลักเดินสายกลางไว้ก็จะยืดหยุ่นตามความต้องการของเด็กได้ไปเอง

ในเดือนที่ 4-6 นี้ทารกจะเริ่มจำหน้าแม่ได้ ไว้วางใจในผู้เลี้ยงดู แต่จะร้องเมื่อมีคนแปลกหน้ามาอุ้ม แสดงว่าทารกเริ่มมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแม่ เด็กในสถานเลี้ยงเด็กที่ผู้เลี้ยงดูเปลี่ยนหน้าบ่อย ๆ จะไม่มีความสนิทกับใครเป็นพิเศษ ในบางรายจะไม่รู้สึกผิดปกตินักกับคนแปลกหน้า

ในครึ่งปีหลังของขวบแรกทารกจะเติบโตขึ้นมาก ทั้งทางกายและสมอง เริ่ม นั่ง คลาน และตั้งไข่ได้ ในบางรายอาจเริ่มเข้าใจคำพูดง่าย ๆ ได้บ้างบางคำ ในวัยนี้เด็กจะยิ่งชอบใช้ปากดูดสิ่งต่าง ๆ เช่น ของเล่น นิ้วมือ หัวแม่เท้า หรือหัวนมยาง ทั้งนี้เพราะบริเวณริมฝีปากยัง เป็นบริเวณที่รับความรู้สึกได้ไวที่สุด

แม่ควรเรียนรู้ความต้องการของลูกและให้ความทะนุถนอมเท่าที่ควร การเลี้ยงดูที่ตามใจเกินไป เช่นให้กินทุกครั้งที่ร้อง หรืออุ้มอยู่ตลอดเวลา ก็อาจทำให้ทารกไม่ได้เรียนรู้ถึงการหัดรอคอยหรือการอยู่ลำพังคนเดียว เด็กควรเรียนรู้ความรู้สึกของตนเอง ทำความคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม และเริ่มมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นนอกจากแม่ด้วย ทั้งนี้เป็นรากฐานของความไว้วางใจ ในแม่และผู้อื่น อันจะนำมาซึ่งความมั่นใจในตัวเองในระยะต่อมา สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นยากถ้าผู้เลี้ยงอารมณ์ไม่ดี มีปัญหาหมกมุ่น หรือมีปัญหาอื่น ๆ ในความเป็นอยู่

แม้ว่าจะกล่าวถึงแต่แม่ แต่ก็มิได้หมายความว่าพ่อจะไม่มีบทบาทแต่อย่างใดในการเลี้ยงดูลูก ในทางตรงกันข้ามพ่อเป็นผู้มีบทบาทที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้บรรยากาศในบ้านอบอุ่น ไม่มีความลำบากในด้านเศรษฐฐานะ และเป็นผู้ให้กำลังใจและให้คำปรึกษาแก่แม่ พ่อหลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับการอุ้มชูทารกตัวเล็ก ๆ แต่พ่อจะเริ่มสนใจเล่นกับลูกที่ตัวโตขึ้น

ในขวบปีแรกนี้ทารกควรได้รับการฉีดยาป้องกันโรคต่าง ๆ ตามที่กุมารแพทย์จะ แนะนำและนัดหมาย อาจเกิดมีไข้ต่ำ ๆ หรือเด็กร้องกวนบ้าง ทั้งนี้จะเป็นอยู่เพียงระยะหนึ่ง ถ้าได้รับคำแนะนำจากกุมารแพทย์ที่เหมาะสมไว้เสียก่อน ก็จะช่วยไม่ให้แม่มีความกังวลจนเกินไป ในรายที่แม่ทำงานนอกบ้าน พี่เลี้ยงควรจะเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับการเลี้ยงเด็กอ่อน รู้ถึงปัญหาต่าง ๆที่อาจเกิดขึ้น และสามารถติดต่อกับแม่ได้ทันท่วงที เมื่อกลับจากทำงานก็ควรให้เวลากับลูกบ้างและในเวลากลางคืนถ้าสามารถดูแลลูกได้ก็ยิ่งดี วันหยุดควรใช้เวลาอยู่กับลูกให้มาก การนำเด็กไปฝากเลี้ยงไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กเลยนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ควรทำ แต่ถ้าจำเป็นก็ควรไปเยี่ยมบ่อย ๆ และนำกลับมาบ้าน เมื่อถึงวันเสาร์อาทิตย์ถ้าทำได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments