การเฆี่ยนตีทารุณลูก

author   December 26, 2011   Comments Off on การเฆี่ยนตีทารุณลูก

ประเทศสวีเดนมีกฎหมายห้ามพ่อแม่ทำร้ายทารุณลูก ประจานลูกให้ได้อาย ทำให้ได้รับความอัปยศอดสู หรือ ไม่ให้ลูกกินอาหาร หากละเมิด พ่อแม่จะมีความผิด

จริงอยู่ถึงแม้จะไม่เคยมีพ่อแม่คนไหนถูกลงโทษตามกฎหมายนี้ อาจเป็นเพราะเด็กไม่รู้กฎหมาย หรือเป็นเพราะธรรมชาติของพ่อแม่ส่วนมากรักลูกอยู่แล้ว แต่การมีกฎหมายเช่นนั้นแสดงว่าเขาเห็นความสำคัญของจิตใจเด็ก ชาวสวีเดนไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังหรือการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังกับเด็ก ถือว่าเป็นการลงโทษที่ไม่สมควร เป็นความคิดที่ชั่วช้า เป็นการทำลายและไม่ยุติธรรมต่อเด็ก กฎหมายนี้มุ่งคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กที่ยังช่วยตัวเองอะไรไม่ได้

การทำโทษทางร่างกายให้เจ็บปวดจะไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อลูก  ซ้ำยังอาจเป็นผลร้ายต่อจิตใจได้ด้วย

การทุบตีเฆี่ยนเด็กอย่างทารุน เป็นพฤติกรรมที่เน้นความก้าวร้าวรุนแรง เพื่อควบคุมความประพฤติของผู้อื่น คนที่ถูกทุบตีทารุณก็มีแต่จะนำพฤติกรรมรุนแรงเยี่ยงนี้ไปใช้ในอนาคต ขณะเดียวกันก็เกิดความไม่พอใจ ต่อต้าน กระด้างกระเดื่อง และถึงขั้นอาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกด้วย

พ่อแม่ที่อ้างว่าตีลูกเพื่อทำให้ลูกไม่ดื้อและเชื้อฟังพ่อแม่นั้น  แม้จะไดผลอย่างที่อ้างกัน แต่มันเป็นเพียงระยะสั้น  ในระยะยาวแล้วความรู้สึกขมขื่นไม่พอใจที่เด็กมีต่อผู้มีอำนาจเหนือกว่า รวมทั้งการได้เห็นความรุนแรง มีแต่จะสร้างความก้าวร้าว คับแค้นใจและความคิดในทางทำลายให้กับเด็กเมื่อโตขึ้นมากกว่า

บางครั้งเด็กอาจจะพยายามปกปิดความผิดของตัวเอง  เพื่อไม่ให้พ่อแม่จับได้  เพราะกลัวจะถูกลงโทษ กลัวเจ็บตัว  เด็กจะหาเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ มาหลอกล่อพูดโกหกมากขึ้น มากกว่าที่จะยอมรับผิด เพราะถ้ารับผิด ก็จะถูกทำโทษอย่างรุนแรง เป็นการเพาะนิสัยที่เลวร้ายลงไปอีก

พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก หากเด็กทำผิด ต้องสนับสนุนให้กล้าที่จะสารภาพกับพ่อแม่  เพราะลูกรู้ว่าการลงโทษของพ่อแม่ไม่รุนแรงจนเกินเหตุ แต่เปี่ยมด้วยความเมตตา การให้อภัยและพร้อมที่จะให้ลูกแก้ตัวใหม่

มีบางคนคิดว่าที่พ่อแม่ทารุณลูกนั้น ทำไปเพราะเกลียดชังลูก ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ปกติคนที่ทำทารุณลูกของตัวเอง คือ คนที่ควบคุมอารมณ์หุนหันพลันแล่นของตัวเองไม่ได้ เวลาเกิดหงุดหงิดหรือมีโทสะขึ้นมาก็จะเล่นงานคนที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด หรือคนที่ป้องกันตัวเองได้น้อยที่สุด หรือคนที่ป้องกันตัวเองไม่ได้เลย เช่น ลูกและภรรยาที่อ่อนแอกว่า เป็นต้น

คนที่ทารุณลูก หรือเฆี่ยนตีลูกอย่างรุนแรง มักจะเคยถูกทารุณมาก่อน เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก ก็เลยฝังใจเอามาใช้กับลูกของตัวเอง คนเหล่านี้ไม่เคยรู้จักควบคุมโทสะและความก้าวร้าวของตัวเอง

มีแม่จำนวนไม่น้อยที่มีลูกตั้งแต่อายุน้อยๆ หรือยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอหรือมีลูกโดยไม่ได้แต่งงาน แม่เหล่านี้มักจะทารุณลูก เพราะตัวแม่เองพยายามที่จะชดเชยการขาดความรักในชิวิตตัวเองด้วยการมีลูก  ซึ่งเธอเชื่อว่าลูกจะรักเธอ และทำให้เธอรู้สึกมีความสำคัญขึ้นมา แต่เมื่อเอาเข้าจริงๆ ปรากฎว่าลูกไม่สามารถจะตอบสนองความต้องการทางจิตใจของเธอได้ มิหนำซ้ำยังเรียกร้องสิ่งต่างๆ อีกมากมายโดยที่เธอตอบสนองให้ไม่ได้เท่าที่ควร  แม่จึงหงุดหงิดและมีปฏิกิริยาออกมาในรูปของความรำคาญใจสุดขีด  หรือมีโทสะเกรี้ยวกราด จนนำไปสู่การทารุณเฆี่ยนตีลูกอย่างรุนแรง

การทารุณลูกไม่ได้จำกัดเฉพาะในกลุ่มสังคมใดกลุ่มสังคมหนึ่ง และไม่ได้ออกมาเฉพาะในรูปของการทารุณร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ดีมีการศึกษาสูงเพียงใด หรือมีการงานตำแหน่งใหญ่โตเพียงไร  ต่างก็ทารุณลูกได้ในหลายรูปแบบ รวมทั้งทารุณจิตใจและการปล่อยปละละเลยด้วย มีคนไม่น้อยที่ไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบในฐานะพ่อแม่ทีดีอย่างแท้จริง  คนเหล่านี้จะประสบกับความผิดหวังและท้อถอยมากขึ้นเมื่อประสบกับปัญหาในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับลูกของตัวเอง

พ่อบางคนทำงานอาทิตย์ละเจ็ดวัน  โดยถือว่าเป็นการทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลูก แต่ในความเป็นอยู่ประจำวันแล้ว ไม่เคยพูดกับลูกดีๆ เลย หรือแม่บางคนอยู่กับลูกตลอดทั้งวัน แต่ไม่เคยมองว่าลูกเป็นคนเหมือนกัน มีความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเหมือนกัน คิดแต่เพียงว่าลูกเป็นส่วนหนึ่งของเธอ ที่ขยายแตกตัวออกมาจากเธอเท่านั้น อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการทารุณทำร้ายจิตใจลูก

ปัญหาการทารุณลูก ควรจะเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมที่จะช่วยกันหาทางป้องกัน เพื่อไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น เช่น เด็กตาปูดหัวโน แขนขาหัก หรือฟกช้ำดำเขียวตามตัว เพราะถูกพ่อแม่ทารุณ หรือถูกใครทารุณก็ตาม ควรศึกษาหาสาเหตุให้พบว่าเกิดขึ้นจากอะไรและควรแก้ไขอย่างไร  เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น  สมาชิกในสังคมไม่ควรนิ่งเฉยดูดาย เมื่อเห็นการทารุณลูกเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา  ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายรับรู้ เพราะการทำร้ายร่างกายไม่ว่าเกิดขึ้นกับใครก็ตาม ถือว่าเป็นความผิดทั้งทางด้านกฎหมายและศีลธรรม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments