การสอนเด็กให้รับผิดชอบร่วมกัน

author   May 30, 2014   Comments Off on การสอนเด็กให้รับผิดชอบร่วมกัน

ดูแลน้อง
ถาม  คุณรู้สึกว่าอะไรเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสอนเด็กให้มีความรับผิดชอบร่วมกัน ดิฉันมีลูกสี่คน สองคนอยู่ในวัยรุ่นและอีกสองคนอยู่ในโรงเรียนประถม และในบ้านของเรามีทัศนคติที่ว่า “ตัวใครตัวมัน” อย่างแน่นอน ดิฉันต้องการให้พวกแกช่วยกันรับผิดชอบ ช่วยกันทำงานบ้านและใส่ใจกันและกันเพื่อที่จะให้พวกเรามีลักษณะเป็นทีมมากขึ้น แต่ดิฉันไม่ทราบว่าจะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ตอบ ผมคิดว่าในฐานะที่เป็นพ่อแม่ เรามักจะลืมว่าการที่เด็กจะรู้จักใส่ใจต่อคนอื่นนั้นมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด และสถานที่ซึ่งดีที่สุดสำหรับสอนเรื่องนี้ก็คือที่บ้าน พ่อแม่ที่รู้จักตอบสนองที่ทำให้ลูกมีความสำนึกในความเป็นห่วงด้วยความเป็นห่วงและความรักต่อคนอื่นคือพ่อแม่ที่ได้สร้างรอยประทับที่ประมาณค่ามิได้ไว้ในบุคคลที่ยังเด็ก ความพึงพอใจส่วนตัวที่ มันจะให้แก่ลูกคุณในขณะที่แกช่วยเหลือคุณ พี่น้อง หรือเพื่อน หรือเพื่อนบ้านนั้นเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่ง และแน่นอนในทางปฏิบัติแล้วปรากฏว่าบ้านหลายต่อหลายหลัง ไม่สามารถจะอยู่กันอย่างสบายๆ ได้โดยปราศจากการเอาใจใส่ และช่วยเหลือของสมาชิกที่เป็นเด็กในครอบครัว

ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าพี่น้องคนที่โตกว่าสามารถและควรจะเป็นที่คาดหมายว่าจะช่วยคนที่เล็กกว่า แต่เพื่อให้เป็นที่แน่ใจได้ว่าการทำอย่างนี้เป็นประสบการณ์ในทางบวกของทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พ่อแม่ก็จะต้องประเมินสถานการณ์แต่ละอย่าง และวุฒิภาวะของลูกแต่ละคนที่เกี่ยวข้องด้วยความมีมโนธรรม

ปัจจัยสำคัญก็คือทัศนคติของพ่อแม่ และความเข้าใจที่พ่อแม่แสดงออกมาให้ลูกเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์นี้ บางครั้งพ่อแม่มักจะรีบร้อนเรียกร้องให้ลูกคนที่โตกว่าดูแลน้องที่เล็กกว่าในฐานะที่เป็นความจำเป็นเท่านั้น ในการทำเช่นนั้นพ่อแม่ ก็จะไม่รับรู้หรือรับรู้แต่เพียงเล็กน้อยว่าลูกคนโตได้ทำอะไร การทำอย่างนี้จะนำไปสู่ความไม่พอใจและการต่อต้านการมีส่วนรับ ผิดชอบทุกอย่างในครอบครัว การพูกเรื่องเหตุผลของคุณที่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกแกอย่างเปิดเผย การแสดงให้เห็นความภูมิใจและการสำนึกในบุญคุณสำหรับความพยายามและพลังงานของพวกแกจะทำให้คุณทำให้ลูกๆ มีความรู้สึกเคารพตัวเองไปพร้อมๆ กับเป็นการแสดงให้เห็นความเคารพที่คุณมีต่อความรู้สึกของพวกแก

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คืออย่าลืมว่าลูกมีสิทธิ์ที่จะดำเนินชีวิตของพวกแกเอง และอย่าลืมว่าในขณะที่หน้าที่รับผิดชอบในครอบครัวมีความสำคัญนั้นมันก็ไม่ควรจะมากเกินไปจนเป็นการจำกัดการเข้าร่วมในกิจกรรมกับเพื่อนฝูงของลูกคนโตลงไปอย่างมากมาย การแบกภาระดูแลน้องชายหรือน้องสาวอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ลูกคนอื่นๆ ทุกคนกำลังเข้าสังคมหรือเล่นหัวโดยไม่ต้องมีภาระแบบนั้นอาจจะก่อให้เกิดความไม่พอใจพ่อแม่และ ลูกคนเล็กได้

ในส่วนที่เกี่ยวกับแนวทางกว้างๆ ทั่วไปนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือจงหลีกเลี่ยงการที่จะให้ลูกคนหนึ่งรับผิดชอบแทนลูกอีกคนที่มีอายุใกล้เคียงกัน คือห่างกันราวๆ สามหรือสี่ปี เด็กที่มีอายุใกล้เคียงกันขนาดนี้น่าจะอยู่ในระยะของพัฒนาการระยะเดียวกัน พวกแกไม่ได้ถูกแบ่งแยกด้วยช่วงเวลาที่ทำให้เห็นได้ชัดว่าคนหนึ่งมีความรู้หรือความไว้วางใจได้มากกว่าอีกคนหนึ่ง (อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นความคิดที่ดีก็ได้ที่จะให้เด็กที่มีอายุใกล้ เคียงกันร่วมกันดูแล กันและกันในแต่ละวัน-และมีความตื่นตัวในกรณีที่อีกคนหนึ่งได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือ)

สำหรับเด็กที่อายุต่างกันหลายๆ ปีนั้นอายุและวุฒิภาวะของแต่ละคนเป็นปัจจัยสำหรับพิจารณาพร้อมๆ กับช่วงเวลาที่พวกแกถูกปล่อยให้อยู่ด้วยกัน ตัวอย่างเช่นแม้ว่าเด็กเล็กจะสามารถ “เฝ้าดู” เด็กทารกหรือเด็กที่เพิ่งเดินเตาะแตะ เด็กทารกนี้ก็ไม่ควรจะถูกปล่อยให้อยู่ในความดูแลของเด็กอายุ ๘ หรือ ๙ ขวบโดยสิ้นเชิงในขณะที่เด็กวัยรุ่นอาจะสามารถดูแล เด็กทารกได้ตลอดเย็น

บุคลิกภาพและลักษณะนิสัยของลูกทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็มีความสำคัญอย่างแน่นอน ลูกคนโตควรจะมีวิจารณญาณที่ดีพอและมีขีดความสามารถที่เหมาะสมในการประเมินและคาดการณ์เกี่ยวกับอันตรายต่างๆ ลูกคนเล็กกว่าควรจะมีความรู้สึกไว้วางใจในอำนาจหน้าที่ของลูกคนที่โตกว่าพอสมควร และควรจะเป็นเด็กที่มีความมั่นคงทางอารมณ์ ปราศจากปัญหาทางอารมณ์และสุขภาพใดๆ โดยเฉพาะตัวอย่างเช่นการให้เด็กใจร้อนตื่นตัวเกินควรให้อยู่ในความดูแลของลูกคนที่โตกว่า อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กทั้งสองคนก็ได้ แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังลำบากในการจัดการกับเด็กที่อยู่ไม่สุขหรือซุกซน และการขอให้พี่คนโตกว่ารับผิดชอบดูแลอาจจะก่อให้เกิดความตึงเครียดที่แท้จริงขึ้นมาได้ และถ้าความอิจฉาความริษยาและความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างลูกสองคนเข้มข้น คุณก็สามารถจะแน่ใจได้เลยว่า การปล่อยให้คนหนึ่งอยู่ในความดูแลของอีกคนหนึ่งจะนำไปสู่ “สงคราม” ระหว่างเด็กทั้งสองคน เด็กบางคนใช้อำนาจหน้าที่กับน้องในลักษณะที่เป็นปรปักษ์เเละมักจะทำให้น้องกลัวตน และคุณไม่ควรจะบังคับให้ลูกคนที่โตกว่าดูแลลูกคนเล็กกว่าในฐานะที่เป็นการลงโทษสำหรับการประพฤติผิดในอดีตเป็นอันขาด เห็นได้ชัดว่าการทำอย่างนี้จะก่อให้เกิดความโกรธเคือง และแม้กระทั่งการแก้แค้นกับลูกคนเล็ก อย่าลืมว่าในระยะยาวแล้วการปล่อยให้เด็กที่ยังไม่บรรลุวุฒิภาวะ หรือชอบต่อล้อต่อเถียงอยู่ด้วยกันนั้นอาจจะก่อปัญหาให้คุณมากกว่าที่จะเป็นการแก้ปัญหาได้

สถานการณ์ที่ปล่อยให้เด็กอยู่ด้วยกันก็มีความสำคัญเหมือนกัน เด็กอายุ ๑๐, ๑๑ หรือ ๑๒ ปี ไม่ควรจะต้องรับผิดชอบเด็กที่อายุน้อยกว่าในขณะที่อยู่ใกล้สระหรือใกล้นาทีอาจจะทำให้จมน้ำตายได้เป็นอันขาด ถ้ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นหากคิดอย่างยุติธรรมแล้วคุณจะตำหนิลูกคนโตไม่ได้เลย ในช่วงที่ผมประกอบอาชีพเป็นนักจิตวิทยานั้นผมได้พบเหตุการณ์ที่น่าเศร้าบางอย่างซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นอุบัติเหตุแท้ๆ ก็ทำให้เกิดรอยแผลใจที่ถาวรในเด็กคนที่โตกว่าซึ่งน้องของตนที่ตนดูแลได้รับบาดเจ็บสาหัหรือถึงแก่ความตายในขณะที่อยู่ด้วยกัน เหตุการณ์ที่ผมจำได้ก็มีเช่นการจมน้ำตาย การถูกไฟครอก และน้องที่ถูกรถชนเป็นต้น นอกจากตัวเรื่องเศร้าเองแล้วเด็กคนพี่จะมีความรู้สึกผิดและความเสียใจอยู่ตลอดไป

จากประสบการณ์ของผมนั้นยิ่งพ่อแม่แสดงการรับรู้ในทางบวกต่อพี่ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้มากเพียงใด โดยธรรมชาติแล้วน้องจะรับความรับผิดชอบนี้ไปเองมากขึ้นเพียงนั้น ในบั้นปลายพวกแกจะไม่ต้องการการกระตุ้นให้ช่วยเหลือกันหรือถ้าต้องการก็เพียงเล็กน้อย เด็กบางคนที่ผมรู้จักรับผิดชอบในการช่วยน้องทำการบ้านด้วยตัวเอง รับฟังปัญหาของน้องและแม้กระทั่งให้คำแนะนำและพาน้องไปโรงเรียน เด็กบางคนที่ผมรู้จักมีความภูมิใจที่ได้สอนน้องให้ขี่จักรยานเป็นและชอบการไปดูหนังด้วยกัน และน้องซึ่งรู้ว่าพี่ชายหรือพี่สาวดูแลตนจะคาดหมายว่าสักวันหนึ่งตนก็จะสามารถจะดูแลคนอื่นๆ ต่อไปได้

อีริคลูกชายผมมักจะอาสาทำสิ่งต่างๆ ให้เปียน้องสาวของแกซึ่งอายุอ่อนกว่าหกปีเสมอ อิริคซึ่งไปเฝ้าเด็กให้คนอื่นๆ เพื่อหารายได้พิเศษแปลกใจที่เห็นน้องวาดรูปได้เยี่ยมและช่วยน้องทำการบ้านวิชาวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนโดยไม่ลังเล ผมพอใจกับความรู้สึกอ่อนไหวที่แกมีต่อน้องสาวเสมอและยกย่องที่แกใช้เวลาดูแลน้องสาวในระหว่างที่น้องสาวยังเป็นทารกและเด็กเล็ก

ผมแน่ใจว่าความภูมิใจที่ผมแสดงให้เห็นสำหรับการที่แกให้ความอบอุ่นและความใจเย็นกับน้องสาวมีส่วนช่วยให้แกได้ประสบการณ์ในทางบวก ความมีเสน่ห์และความรักที่เปียแสดงออกมานั้นบอกได้อย่างชัดเจนว่าแกรู้สึกอย่างเดียวกัน

ส่วนเปียนั้นจดจำเอาความเป็นห่วงที่อีริคมีต่อเด็กที่เล็กกว่าไว้ได้ แกรบเร้าผมเสมอให้เชิญคนที่มีลูกเล็กๆ ให้มารับประทานอาหารเย็นที่บ้านเพื่อที่แกจะได้เลี้ยงเด็กเหล่านั้นในขณะที่พ่อแม่กำลังรับประทานอาหาร แกจะภูมิใจเสมอที่ได้รับการขอร้องให้ไปเล่นกับลูกเล็กๆ ของเพื่อนบ้านเพื่อเปิดโอกาสให้พ่อแม่ของแกได้ทำงานอื่นๆ

การแบ่งปันความรับผิดชอบภายในหน่วยครอบครัวนำไปสู่การที่ทุกคนจะมีความเคารพตัวเอง ทำให้ความผูกพันระหว่างสมาชิกในครอบครัวแน่นเหนียวขึ้นและทำให้เด็กมีแบบอย่างในทางบวกในแง่ของชีวิตมนุษย์ ผมเชื่อว่าความสมปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งมนุษย์เราสามารถจะมีได้ในชีวิตก็คือความสมปรารถนาที่ประกอบด้วยการรับผิดชอบในชีวิตร่วมกันและการมีความรู้สึกอย่างลึกซึ้งถึงความสำเร็จซึ่งปรากฎผลออกมา

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments