วัฒนธรรมการละเล่นของเด็กไทย

author   January 28, 2013   Comments Off on วัฒนธรรมการละเล่นของเด็กไทย

การละเล่นเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงวัฒนธรรมของชาติ การละเล่นของเด็กไทยที่มีในท้องถิ่นแต่ละจังหวัดหรือแต่ละภาคของไทยนั้น ส่วนใหญ่จะมีลักษณะดังนี้

1. ไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น

2. ไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องประกอบการเล่นมากนัก ถ้ามีก็จะเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น

3. เป็นการเล่นง่ายๆ ไม่มีกติกาซับซ้อน เด็กมีอิสระในการเล่นอย่างสนุกสนาน เป็นผู้คิดเกมการเล่นและตั้งกฎเกณฑ์ด้วยตนเอง ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น

4. เป็นการเล่นเพื่อออกกำลังกายเป็นส่วนใหญ่ ให้มีความคล่องแคล่วว่องไวในการเคลื่อนไหวร่างกาย ขณะเดียวกันก็ฝึกความสังเกต ไหวพริบ ความแม่นยำ การตัดสินใจและความพร้อมเพรียง

5. มีเนื้อร้องหรือบทสนทนาประกอบ ที่มีคำสัมผัสคล้องจองกันทำให้สนุกสนานยิ่งขึ้น การละเล่นของไทยที่นิยมกันมากและสนุกสนานมีหลายอย่าง เช่น งูกินหาง รีรีข้าวสาร โพงพาง มอญซ่อนผ้า เสือข้ามห้วย ขายดอกไม้ เป็นต้น

1. งูกินหาง

จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัด

รูปแบบการเล่น จัดผู้เล่นยืนเรียงกันเป็นแถวตอนหนึ่งแถวมีคนหนึ่งอยู่ข้างหน้า

วิธีเล่น

1. คนที่อยู่ข้างหน้าแถว ให้เป็นพ่องู ยืนหันหน้าเข้าหาแม่งู คนที่ยืนอยู่หัวแถวเป็นแม่งู นอกนั้นเป็นลูกงู จับเอวกันเป็นแถวยาว

2. พ่องูจะถามให้แม่งูตอบ เมื่อแม่งูตอบและทำท่า ลูกงูทั้งหมดก็ทำท่าตามแม่งูด้วย ดังนี้

พ่องูเรียก        แม่งูเอ๋ย

แม่งูขาน         เอ๋ย (ลูกงูช่วยตอบด้วย)

พ่องูถาม         กินน้ำบ่อไหน

แม่งูตอบ         กินน้ำบ่อโศก ลูกงูร้องและทำท่าโยกไปก็โยกมา (แม่งูและลูกงูโยกตัวไปมา)

พ่องูเรียก        แม่งูเอ๋ย

แม่งูขาน         เอ๋ย

พ่องูถาม         กินน้ำบ่อไหน

แม่งูตอบ         กินนํ้าบ่อทราย ลูกงูร้องและทำท่า ย้ายไปก็ย้ายมา (แม่งูและลูกงูก้าวไปทางซ้ายทีขวาที)

พ่องูเรียก        แม่งูเอ๋ย

แม่งูขาน         เอ๋ย

พ่องูถาม         กินน้ำบ่อไหน

แม่งูตอบ         กินน้ำบ่อหิน ลูกงูร้องและทำท่า บินไปก็บินมา (ทั้งหมดทำท่าบิน)

พ่องูถาม         หุงข้าวกี่หม้อ

แม่งูตอบ          …..หม้อ (เท่าจำนวนลูกงูกับแม่งู)

พ่องูถาม         ขอกินหม้อได้ไหม

ลูกงูตอบ         ไม่ได้

พ่องูถาม         ตำน้ำพริกกี่ครก

แม่งูตอบ         …ครก

พ่องูถาม         ขอกินครกได้ไหม

ลูกงูตอบ         ไม่ได้

พ่องูถาม         ทอดปลาทูกี่ตัว

แม่งูตอบ         …ตัว

พ่องูถาม         ขอกินตัวได้ไหม

ลูกงูตอบ         ไม่ได้

พ่องูบอก         กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว

แม่งูรับ            กินหางตลอดหัว

3. พ่องูจะไล่จับลูกงูจากปลายแถวขึ้นมาหัวแถว

4. แม่งูต้องพยายามป้องกันไม่ให้พ่องูเอาลูกงูไปได้โดยการกางมือกั้น ส่วนลูกงู ต้องคอยวิ่งหนี แต่ต้องระวังไม่ให้แตกแถว

5. เมื่อพ่องูจับลูกงูได้ พ่องูจะถามลูกงูจะตอบดังนี้

พ่องูถาม อยู่กับพ่อหรืออยู่กับแม่

ลูกงูตอบ อยู่กับแม่

พ่องูบอก ลอยแพไป (พ่องูผลักลูกงูให้ห่างออกไป)

ถ้าลูกงูตอบว่า อยู่กับพ่อ

พ่องูบอก หักคอจิ้มน้ำพริก (พ่องูก็จะจับลูกมาใกล้)

6. พ่องูจะจับลูกงูทีละตัวๆ จนจับได้หมด

ประโยชน์  การเล่นชนิดนี้มีคำพูดโต้ตอบกัน ทำให้เกิดความสนุกสนาน นอกจากนี้ยังได้ออกกำลังกาย และฝึกความว่องไวด้วย

2. รีรีข้าวสาร

จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัด

รูปแบบการเล่น จัดผู้เล่นยืนเรียงกันเป็นแถวตอน 1 แถว และมีคน 2 คน ยืนอยู่ข้างหน้า

วิธีเล่น

1. จับไม้สั้นไม้ยาว ให้ผู้เล่น 2 คนเป็นประตูโค้ง โดยยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะ

2. คนอื่นๆ เกาะไหล่กันลอดใต้โค้งไปเรื่อยๆ ทุกคนจะร้องเพลงไปด้วย

3. หัวแถวจะต้องเดินอ้อมหลังคนที่เป็นประตูสลับข้างกัน

4. เมื่อจบเพลงคนที่เป็นประตูจะกระตุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลาง แล้วคัดออกไปทีละคนๆ จนหมด

5. คนข้างหลังต้องระวังตัวให้ดี มิฉะนั้นตนเองจะต้องออกจากการเล่น

บทร้องประกอบ “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือกเลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้”

ประโยชน์  การเล่นชนิดนี้ ความสนุกสนานอยู่ที่คำร้อง จังหวะคำร้อง และฝึกไหวพริบ ความว่องไวที่จะต้องพยายามไม่ให้ถูกคัดออก

3. โพงพาง

จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัด

อุปกรณ์  ผ้าผูกตา 1 ผืน

รูปแบบการเล่น ผู้เล่นทุกคนยืนจับมือกันเป็นวงกลม มีคนหนึ่งอยู่กลางวง

วิธีเล่น

1. จับไม้สั้นไม้ยาว เพื่อเลือกคนที่ยืนอยู่กลางวงให้เป็นปลา

2. เอาผ้าผูกตาคนที่เป็นปลา แล้วหมุน 3 รอบ

3. ผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ยืนล้อมวง จับมือกันเดินไปเป็นวงกลมพร้อมกับร้องเพลงประกอบ

4. เมื่อจบเพลงนั่งลงถามว่า “ปลาเป็นหรือปลาตาย” คำตอบว่า “ปลาเป็น” คนที่อยู่รอบวงจะขยับเขยื้อนหนีได้ คำตอบว่า “ปลาตาย” จะต้องนั่งอยู่เฉยๆ

5. คนที่ถูกปิดตาจะเดินไปจับเพื่อน จับใครได้ต้องทายให้ถูกว่าคนนั้นเป็นใคร ถ้าทายถูกคนนั้นต้องออกมาเป็นปลาตาบอดแทน ถ้าทายผิดคนที่ถูกปิดตาคนเดิมต้องเป็นต่อไป

บทร้องประกอบ “โพงพางเอย                ปลาเข้าลอด

ปลาตาบอด     เข้าลอดโพงพาง”

ประโยชน์  การเล่นชนิดนี้ ฝึกการสังเกตทางประสาทหู และการสัมผัส

4. มอญซ่อนผ้า

จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัด

อุปกรณ์  ผ้า 1 ผืน

รูปแบบการเล่น จัดผู้เล่นเป็นวงกลม มีคนหนึ่งอยู่นอกวง

วิธีเล่น

1. จับไม้สั้นไม้ยาว เพื่อเลือกคนที่อยู่นอกวงให้เป็นมอญ

2. คนอื่นๆ นั่งล้อมวงให้ชิดกัน แล้วร้องเพลง

3. คนที่เป็นมอญ ถือผ้าไว้ในมือ เดินวนอยู่นอกวงระหว่างนั้นจะทิ้งผ้าไว้หลังใครก็ได้ แต่ต้องพรางไว้ทำเป็นว่ายังถือผ้าอยู่

4. เมื่อเดินกลับมาผ้ายังอยู่ที่เดิม ก็หยิบผ้าไล่ตีผู้นั้นให้วิ่งหนีไปรอบๆ วง จนถึงที่ว่าง จึงนั่งลงได้

5. ผู้เป็นมอญจะเดินวนต่อไป หาทางวางผ้าให้ผู้อื่นใหม่

6. คนที่นั่งล้อมวงจะใช้มือคลำผ้าว่าอยู่ข้างหลังตัวเองหรือไม่ โดยไม่หันไปดู และไม่บอกผู้อื่นด้วย

7. ถ้าใครรู้สึกตัวว่าผ้าอยู่ข้างหลัง และคลำพบ จะหยิบผ้าวิ่งไล่ตีมอญไปรอบวง 1 รอบ มอญต้องรีบวิ่งหนีมานั่งแทนที่คนไล่ ส่วนคนไล่ต้องเป็นมอญแทน

บทร้องประกอบ “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ”

ประโยชน์  การเล่นชนิดนี้ ฝึกความสังเกต ออกกำลังกาย และยังมีบทร้องเกิดความสนุกสนานอีกด้วย

หมายเหตุ  ก่อนเล่นมอญซ่อนผ้า จะมีบทร้องดังนี้ “ระวังตัวไว้ให้ดี ว่าผ้าผืนนี้ จะวางตรงไหน แม้นตกอยู่ข้างหลังใคร ขอเชิญออกไป ร่ายรำ อย่าเผลอปล่อยใจลอย คอยเอามือคลำ ระวังนำต้องจดจำ จะมีผู้นำ ผ้ามาทิ้งเอย”

5. เสือข้ามห้วย

จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัด

รูปแบบการเล่น จัดผู้เล่นยืนเรียงกันเป็นแถวตอน 1 แถว มีคนหนึ่งนั่งเหยียดขาอยู่ข้างหน้า

วิธีเล่น

1. จับไม้สั้นไม้ยาวเพื่อเลือกคนที่อยู่ข้างหน้าให้เป็นห้วย

2. คนอื่นๆ กระโดดข้ามห้วยให้พ้น อย่าให้ส่วนใดถูกห้วยได้

3. คนที่เป็นห้วยจะทำท่าทั้งหมด 8 ท่า ดังนี้

ท่าที่ 1 นั่งเหยียดขา 1 ข้าง ข้างใดก็ได้

ท่าที่ 2 เหยียดขาอีกข้างหนึ่งทับบนข้างเดิม ให้ซ้นเท้าต่อบนหัวแม่เท้า

ท่าที่ 3 เหยียดแขนข้างหนึ่ง ตั้งบนขาทั้งสองข้าง ให้นิ้วก้อยตั้งบนหัวแม่เท้า แล้วกางนิ้วห่างๆ กัน

ท่าที่ 4 เหยียดแขนอีกข้างหนึ่งต่อบนมือข้างเดิม ให้นิ้วก้อยตั้งบนนิ้วหัวแม่มือของข้างเดิม

ท่าที่ 5 นั่งหมอบ

ท่าที่ 6 นั่งหมอบและใช้ข้อศอกข้างหนึ่งกางเข้าออก (ชักเงี่ยง)

ท่าที่ 7 ใช้ข้อศอกทั้ง 2 ข้าง กางเข้าออก

ท่าที่ 8 ลุกขึ้นยืนแล้วก้มตัวใช้ปลายนิ้วมือจรดนิ้วเท้า

4. ถ้าผู้เล่นคนใดคนหนึ่งกระโดดข้ามท่าใดท่าหนึ่งไม่พ้น ต้องมาเป็นห้วยแทน ทำท่าต่อจากขั้นที่กระโดดไม่พ้น

5. แต่ถ้าเสือทุกตัวข้ามพ้นทุกขั้น ผู้เป็นห้วยจะถูกลงโทษ โดยพวกเสือทุกตัว จะช่วยกันหามไปทิ้ง แล้ววิ่งกลับมาที่เล่น ผู้เป็นห้วยต้องพยายามจับให้ได้ ถ้าจับคนใดได้ คนนั้นต้องเป็นห้วยต่อ ประโยชน์  การเล่นชนิดนี้ฝึกความสังเกตรู้จักกะระยะกระโดด และสำหรับผู้เป็นห้วย ได้บริหารส่วนแขนและขาตามท่าต่างๆ อีกด้วย หมายเหตุ  การเล่นเสือข้ามห้วย อาจจะเล่นเป็นหมู่ก็ได้ โดยแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่ายเท่าๆ กันให้ฝ่ายหนึ่งเป็นห้วย อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเสือ ฝ่ายที่เป็นห้วยจะนั่งเรียงกันไป โดยเว้นระยะห่างพอสมควร ผู้ที่เป็นเสือจะต้องกระโดดข้ามให้พ้นทุกห้วย ถ้าใครตายที่ด้านใดด้านหนึ่ง ทุกคนจะต้องตายหมดแล้วมาเป็นห้วยแทนสลับกัน

6. ขายดอกไม้

จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัด

รูปแบบการเล่น จัดผู้เล่นเป็นแถวหน้ากระดาน มีคนหนึ่งอยู่นอกแถว

วิธีเล่น

1.จับไม้สั้นไม้ยาว ใครแพ้ต้องมาเป็นคนซื้อดอกไม้

2. ผู้เล่นอื่นๆ จะตั้งชื่อตัวเองเป็นดอกไม้ต่างๆ

3. คนซื้อจะมาถามซื้อดอกไม้ โดยเอ่ยชื่อดอกไม้ต่างๆ ถ้าเอ่ยชื่อไม่ตรงกับดอกไม้ที่มี ก็ยังไม่มีใครออกไปหา ถ้าเอ่ยชื่อดอกไม้ที่มีผู้ตั้งชื่อตัวเอง ผู้นั้นต้องออกไปหาคนซื้อ

4. คนซื้อจะเรียกชื่อดอกไม้อื่นไปเรื่อยๆ จนได้พอประมาณ ก็จะกลับโดยมีดอกไม้เดินตามไปจนถึงบ้าน แล้วดอกไม้ทั้งหมดจะวิ่งหนี คนซื้อก็วิ่งไล่จับ ถ้าจับใครได้คนนั้นต้องมาเป็นคนซื้อแทน

5. การซื้อดอกไม้จะพูดโต้ตอบกันดังนี้

 คนซื้อ    ตะล๊อกต๊อกแต๊ก

ดอกไม้    แอ็ด ! (เสียงเปิดประตู) มาทำไม

คนซื้อ     มาซื้อดอกไม้

ดอกไม้    ดอกอะไร

คนซื้อ     ดอก…

ดอกไม้    ไม่มี

คนซื้อ     ดอก…

ดอกไม้    มี (ออกไปหาคนซื้อ)

คนซื้อ     ซื้อพอแล้ว ฉันกลับบ้านละนะ (ดอกไม้เดินตามไป แล้ววิ่งหนีและไล่จับ)

ประโยชน์       การเล่นชนิดนี้ มีบทเจรจาโต้ตอบกัน ทำให้เกิดความสนุกสนาน ทั้งยังรู้จักชื่อดอกไม้ต่างๆ นอกจากนี้ยังได้วิ่งออกกำลังกาย และฝึกความว่องไวด้วย

ขณะนี้การละเล่นเหล่านี้ของไทยได้เสื่อมความนิยมไป เนื่องจากได้รับวัฒนธรรมการเล่นของต่างชาติมากขึ้น นับวันการละเล่นของไทยก็จะยิ่งลืมเลือนกันไป เด็กไทยรุ่นหลังๆ อาจจะ ไม่รู้จักการละเล่นของชาติอันมีค่านี้เลยก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็เป็นสิ่งทีน่าเสียดายและเสียใจอย่างที่สุดในความเป็นคนไทย คุณหนูๆ ที่น่ารักผู้เป็นเยาวชนของชาติไทย เรามาเล่นการละเล่นเหล่านี้กันเถอะ เรามาช่วยกันรักษาให้การละเล่นของไทยมีอยู่คู่กับคนไทยและชาติไทยตลอดไป

ที่มา:พูนสุข  บุณย์สวัสดิ์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments