การปฏิบัติต่อลูกเลี้ยงลูกบุญธรรม

author   February 8, 2012   Comments Off on การปฏิบัติต่อลูกเลี้ยงลูกบุญธรรม

ไม่ว่านิทานในชาติใดภาษาใด จะมีเรื่องเล่าถึงความใจร้ายของแม่เลี้ยงต่อลูกเลี้องไว้เสมอ

ความรู้สึกไม่พอใจระหว่างลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยง หรือกับพ่อเลี้ยงนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากและมักจะเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนจะได้มาพบหน้ากันด้วยซํ้า ลูกส่วนมากไม่ต้องการให้พ่อหรือแม่ของตนไปแต่งงานใหม่ เพราะเกรงว่าจะถูกแย่งความรักไป หรือไม่ก็กลัวจะมาแทนตำแหน่งพ่อหรือแม่ที่ไม่อยู่กับตนแล้ว เด็กจะเปรียบเทียบพ่อหรือแม่เลี้ยงกับพ่อแม่แท้ ๆ ของตนเสมอ และจะคอยมองหาข้อไม่ดีในผู้มาใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและพ่อแม่ไม่ดีมาก่อนอยู่แล้ว

ผู้ที่ตกที่นั่งพ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงจึงควรเตรียมใจที่จะรับสถานการณ์นี้โดยคิดเสียว่าเป็นเรื่องธรรมดา และพยายามเอาชนะใจเด็กโดยให้ความรักความอบอุ่นอย่างจริงใจ มีมากรายที่เด็กจะชื่นชมกับผู้ที่มาปกป้องเขาในที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ก่อนการแต่งงานใหม่พ่อแม่ควรจะบอกให้เด็กรู้ล่วงหน้า ให้ได้สนิทสนมกับผู้ที่จะมาเป็นพ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงเสียก่อน ในครอบครัวคนไทย มักจะมีญาติผู้ใหญ่อยู่ด้วย ญาติเหล่านี้จะมีส่วนช่วยเด็กได้พอ ๆ กับที่จะทำให้เกิดปัญหามากขึ้น ปัญหานี้มักพบในเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก โดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นจะค่อนข้างต่อต้านมาก

ลูกบุญธรรม

การขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกนั้นนับว่าเป็นการช่วยเหลือเด็กที่ขาดพ่อแม่อุปการะ กับทั้งยังทำให้ครอบครัวที่ขาดเด็กได้มีความสุขสมบูรณ์ขึ้น จึงนับว่าเป็นของดีที่ควรสนับสนุน แต่ในบางครั้งก็พบว่ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น เช่น

1.  คู่สมรสที่ขอเด็กมาอุปการะฝ่ายหนึ่งงฝ่ายใดอาจจะไม่เห็นชอบด้วย จึงเป็นเรื่องที่ ควรจะตกลงกันให้แน่นอนเสียก่อน

2.  การขอเด็กมาเป็นลูกบุญธรรมนั้น ผู้ขอไม่ได้ตกลงใจให้แน่นอนว่าจะขอเด็กมาอยู่ในฐานะอะไรแน่ ถ้าจะให้เป็นลูกบุญธรรมที่แท้จริงก็ต้องทำการโอนตามกฎหมาย และเลี้ยงดู ยกย่องเป็นบุตร ในบางรายบอกเด็กว่าขอมาเป็นลูกบุญธรรม แต่ผู้ขอเลี้องดูแบบ “อุปการะให้ กินอยู่และให้ได้เล่าเรียน” เท่านั้น ซึ่งทำให้เด็กเกิดความไม่สบายใจ เพราะไม่แน่ใจว่าควรจะทำตัวอย่างไร ฉะนั้นถ้าจะเป็นเพียง “ผู้อุปการะ” ก็ควรจะบอกเด็กให้เข้าใจด้านนั้นด้วย

3.  ผู้ขอเด็กมาเลี้ยงดูส่วนมากมักนิยมที่จะปกปิดเด็กไม่ให้รู้ความจริง โดยเกรงว่าถ้าบอกแล้วเด็กจะไม่รักตน หรือจะกลับไปหาพ่อแม่เดิม

ทางด้านจิตวิทยาแนะนำว่าควรจะบอกเด็กให้ทราบความจริง เพราะไม่วันใดก็วันหนึ่ง เด็กจะรู้เข้าจนได้ ทำให้เกิดความไม่ไว้ใจผู้เลี้ยงดูขึ้นในภายหลัง การบอกให้เด็กรู้ควรบอกเมื่อเด็กเริ่มมีความรู้ความเข้าใจ โดยบอกว่า “พ่อกับแม่ขอหนูมาเลี้ยงจาก….เพราะพ่อแม่ของหนู” และ “ถึงแม้จะไม่ใช่พ่อแม่จริง ๆ ของหนู แต่พ่อแม่ก็รักหนูที่สุด”

4. ผู้ขอเด็กมาเลี้ยงดูมากรายมักจะมีความสงสัยใน “สายเลือด” โดยเกรงว่า “เลือด พ่อแม่จะไม่ดี” เพราะฉะนั้นเมื่อเด็กโตขึ้นและประพฤติไม่ดีก็อาจจะไปโทษ “สายเลือด ”แทนที่จะพิจารณาถึงการอบรมเลี้ยงดูที่ตนให้เด็กและแก้ไขข้อบกพร่องเสีย

จากผลของการวิจัยพบว่าการอบรมเลี้ยงดูมีผลต่อการเจริญของเด็กมาก ส่วนกรรมพันธุ์นั้นยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ามีผลทางด้านอุปนิสัยใจคอหรือไม่ ความวิตกกังวลในผู้อุปการะที่เกรงว่า “เด็กมีเลือดไม่ดี” อาจจะกลับทำให้การเลี้ยงดูเข้มงวดเกินไปจนเป็นผลเสียกับบุคลิกภาพของเด็กในที่สุด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments