การบ้าน:การบ้านของลูกที่ครูให้มาทำ

author   December 16, 2011   Comments Off on การบ้าน:การบ้านของลูกที่ครูให้มาทำ

บางครั้ง “การบ้าน’’ ที่ครูให้เด็กทำเป็นเพียงงานที่สร้างความวุ่นวายยุ่งยาก เสียเวลาเปล่า ต้องใช้เวลามากเกินไป แต่ไม่มีคุณค่าทางการศึกษาของเด็ก หรือมีก็น้อยจนไม่น่าทำ ดังนั้น หากเด็กเกลียด การบ้าน มันก็มีเหตุผลเหมือนกันแต่ โดยมากแล้ว การบ้าน จะให้ประโยชน์มากกว่าโทษ…

คงเปีนเพราะกลัวว่าเด็กจะว่างเกินไป โรงเรียนจึงพยายามบังคับให้ นักเรียนทำการบ้าน เพียงเพอให้เด็ก “มีอะไรทำ” การที่เด็กบางคนเกลียดการบ้าน ไม่อยากทำให้เสร็จ จึงมีเหตุผลที่ควรสนใจเหมือนกัน

บางคนทำการบ้านจนดึกดื่น อดหลับอดนอน แล้วยังต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน สั่งสมแต่ความวิตกกังวลมากขึ้นทุกวัน เพราะกลัวทำการบ้านไม่เสร็จ  ปัญหาอย่างนี้จะยิ่งทำให้เด็กเรียนแย่ลง

การบ้านที่ไมน่าเบอ แต่มีปริมาณมากจนทำให้เด็กเห็นว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ไม่น่าอยู่ ไม่น่าไป เพราะทำให้เขาเหนื่อยหน่าย และกฎระเบียบในโรงเรียน ก็มีเยอะเหลือเกิน น่ากลัวว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกของเด็ก น่าเบื่อเป็นที่สุด!

การบ้านน่าจะเป็นงานที่ยั่วยุให้เด็กได้มโอกาสสำรวจเรื่องต่าง ๆ ที่เขาสนใจเป็นพิเศษ หากเป็นเช่นนั้นได้ก็จะทำให้เขารู้สึกพึงพอใจ ทั้งทางด้านจิตใจ และสติปัญญา จะมีพัฒนาการไปในทางที่ดี และยังเป็นการสอนให้เด็กรู้จักใช้ทรัพยากรและเครื่องมืออุปกรณ์ที่ตนเรียนรู้ในโรงเรียน มาขยายขอบเขตความรู้เกี่ยวกับโลกปัจจุบันของเขาเองได้ด้วย

การบ้านจะมีประโยชน์ หากทำให้เด็กสนใจอยากจะทำ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่สนุกสนานเพลิดเพลินเสมอไป เด็กควรจะรู้จักการทำงานให้เสร็จ เป็นระเบียบทำหน้าที่ของตนซึ่งอาจจะน่าเบื่อ ยากลำบาก หนัก-หน่วง หรือไมมีแรงจูงใจก็ได้ด้วย เขาควรจะทำให้เสร็จให้ได้ คุณควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า คุฌก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเหมือนกัน บางครั้งงานอาจน่าเบื่อ ไม่อยากทำ ไมว่าจะเป็นงานอาชีพ หรืองานในบ้านก็ตาม แต่ในชีวิตความเป็นจริงเป็นเช่นนั้น

อย่าคาดหวังว่าลูกจะต้องสนุกกับการทำการบ้าน ซึ่งอาจเป็นไปไม่ได้เสมอไป แต่คุณก็น่าจะสอนให้ลูกรับผิดชอบงานในฐานะนักเรียนของเขาให้ได้ ช่วยเหลือเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำไต้ แต่ไมต้องถึงกับทำการบ้านให้ลูกเสียเอง เพราะจะทำให้เขาไม่รู้จักช่วยตัวเอง ช่วยเหลือลูกจัดตารางเวลาในการทำการบ้าน ของแต่ละวัน กำหนดเวลาว่าควรจะอยู่ในช่วงที่คุณมีเวลาว่าง และลูกไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นที่ต้องทำแล้ว

การจํ้าจี้จํ้าไช หรือการข่มขู่ว่าจะทำโทษมีแต่จะเพิ่มความกดดันให้กับลูกมากขึ้น และยิ่งทำให้เรื่องเลวร้ายลงไปอีก ลูกจะเห็นว่าคุณไม่มีความเห็นอก เห็นใจเขาเลย คุณไมยอมร่วมมือ ไมเป็นห่วงปัญหาของเขาสักนิด

ทางที่ดีคุณควรแสดงให้ลูกเห็นว่า คุณเข้าใจความรู้สึกของเขา สาธิตวิธีการทำงานที่ยาก ๆ ว่าควรทำอย่างไร ช่วยเหลือให้คำแนะนำต่าง ๆ อย่างใจ เย็น พยายามลดความวิตกกังวลหรือความกลัวของลูกเมื่อลูกมีเวลาน้อยแต่มีการบ้านมาก ก็จงช่วยแก้ปัญหาของเขาอย่างจริงจัง เพื่อให้ลูกมีกำลังใจที่จะทำงานให้เสร็จ

อย่าลืมว่า ลูกยังไม่มีประสบการณ์ชีวิตมากเท่ากับคุณ อย่าไปคาดหวังว่าแกจะต้อง “เก่ง” เหมือนคุณ ในสมัยที่คุณยังเด็ก คุณอาจ “แย่” ยิ่งกว่าลูกคุณก็ไต้ หากตกอยู่ในสภาพเดียวกัน!

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments