การนิ่งฟังลูก ให้ลูกได้ระบายสิ่งที่ต้องการพูดออกมา

author   October 1, 2013   Comments Off on การนิ่งฟังลูก ให้ลูกได้ระบายสิ่งที่ต้องการพูดออกมา

การให้ลูกเปิดใจกับพ่อแม่มีเทคนิคง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่งคือการนิ่งฟังเค้า ให้เค้าได้พูดทุกสิ่งที่เค้าต้องการพูดออกมา พ่อแม่อาจจะทำเพียงแค่พยักหน้ารับฟัง หรือพูดประโยคสั้น ๆ ออกมา เพียงแค่นี้ก็ช่วยให้เค้าได้ระบายทุกสิ่งที่อยากจะพูด และไว้ใจคุณมากขึ้นในการพูดเรื่องต่าง ๆ แล้วล่ะค่ะ

การนิ่งฟังลูก ทักษะที่คุณพ่อคุณแม่ควรกระทำ

 

child
เป็นเรื่องง่ายที่จะคุยกับลูกเมื่อเขามีปัญหามาหาคุณ แต่เป็นเรื่องยากกว่าที่จะนั่งฟังนิ่งๆ ไม่ออกความเห็นใดๆ
คุณคงพอจะทราบมาแล้วว่านักสนทนาที่ดีคือ “ผู้ที่ยอมให้ผู้อื่นได้พูดในสิ่งที่เขาอยากพูด” นี่คือสิ่งที่คุณควรปฏิบัติต่อลูกๆ
การนิ่งเฉยฟังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังช่วยให้ลูกสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง เมื่อคุณนิ่งฟังเรื่องของเขาโดยไม่ออกความเห็นหรือดุว่า คุณกำลังแสดงให้เขาเห็นว่าความรู้สึกของเขาถูกต้องแล้วและมีคุณค่าควรแก่การรับฟัง
เฮนรี่ ซี. ไปหาจิตแพทย์ “ผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่าทำไมผมต้องมาที่นี่ครับ คุณหมอ” เขาเริ่มต้น ยมยังไม่ค่อยแน่ใจ แม้แต่ว่าผมมีปัญหาหรือเปล่า”
“ครับ” จิตแพทย์ตอบสั้นๆ
เฮนรี่เริ่มต่อไป “ผมไม่มีเรื่องจะพูดมากนักหรอกครับ ผมไม่รู้จะพูดอธิบายอย่างไร”
ต่อจากนั้นเฮนรี่ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงเต็มพูดคุยเรื่องชีวิตส่วนตัวของเขากับจิตแพทย์โดยมีปฏิกิริยาโต้ตอบเป็นคำพูดสั้นๆ จากจิตแพทย์ว่า “อือม์” หรือ “อ้อ” เพื่อช่วยให้เขารู้สึกว่าหมอยังฟังเขาอยู่เท่านั้น
เมื่อเขากลับบ้าน เฮนรี่รู้สึกสดชื่นเป็นคนละคน “ยอดไปเลยจ้ะ” เขาบอกภรรยา
อะไรที่ทำให้การช่วยเหลือของจิตแพทย์ยอดไปเลย สิ่งนั้นก็คือการที่เขาปล่อยให้เฮนรี่ได้ระบายสิ่งที่เขาอัดอั้นมา  การที่ไม่ขัดจังหวะการสนทนานั้นทำให้เฮนรี่รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปมีความสำคัญมีคุณค่าควรแก่การรับฟัง
คุณสามารถใช้วิธีการเดียวกันนี้กับลูกได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณรู้ว่าเขามีปัญหาต้องการระบายกับคุณ
“คุณพ่อคะ หนูมีปัญหาที่โรงเรียน” แคธี่พูด
“เหรอจ๊ะ” คุณพ่อตอบ
“ก็เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนะคะเขาชอบเรียกหนูชื่อแปลกๆ เยอะแยะไปหมด แล้วเมื่อวันก่อนเขาก็…”
แคธี่ไม่ได้ต้องการคำแนะนำ เธอไม่ได้ต้องการให้คุณพ่อบอกว่าจะต้องทำอะไรบ้าง สิ่งที่แคธี่ต้องการคือการรับฟังและความเข้าใจ การนั่งฟังเงียบๆ ซึ่งคุณพ่อได้ให้สิ่งที่เธอต้องการกับเธอแล้ว
ที่มา:นายแพทย์ อัลวิน เอช. ไพรซ์ และ เจย์ เอ. แพร์รี่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments