การตระเตรียมจิตใจคอยวันลูกคลอด และเตรียมพร้อมสำหรับสมาชิกใหม่

author   October 1, 2013   Comments Off on การตระเตรียมจิตใจคอยวันลูกคลอด และเตรียมพร้อมสำหรับสมาชิกใหม่

พ่อแม่และครอบครัว

การเตรียมรับลูกนอกจากข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับทารกแล้ว สิ่งที่สำคัญมากก็คือการเตรียมทางด้านจิตใจ ถ้าเป็นลูกคนแรกพ่อแม่พี่น้องต่างก็รอคอยสมาชิกใหม่ด้วยความตื่นเต้น ในสังคมไทยญาติผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายพ่อและแม่มักจะมีส่วนในการตระเตรียมของใช้ของทารก ในการให้คำแนะนำแก่แม่ใหม่ ซึ่งบางครั้งก็สอดคล้องกัน บางครั้งก็อาจขัดกันบ้าง ทางที่ดีคุณ แม่ควรจะรับฟังไว้ และเลือกนำไปใช้ตามวิจารณญาณของตนเอง เพื่อเป็นทางออกที่นุ่มนวล ประการหนึ่งแม่ควรจะตัดสินใจไว้ก่อนว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือนมขวด หรือทั้งสองอย่าง  ที่จริงแล้วการให้นมอย่างไหนก็ตามสิ่งที่สำคัญอยู่ที่ ปริมาณและคุณภาพของนม และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือระหว่างการให้นมควรอุ้มทารกและให้ ความสนใจกับเด็กให้พอเพียง ทารกจะเกิดความอบอุ่นและรู้สึกมั่นใจในความรักของแม่ หรือผู้เลี้ยงดูจากการโอบอุ้มโดยประสาทสัมผัสทางผิวหนัง

พี่เลี้ยง

แม่ที่ทำงานบางรายถ้าทำได้อาจจะหยุดงานชั่วคราวเพื่อเลี้ยงลูกให้โตสักระยะหนึ่งก่อนเช่น 6-12 เดือน แต่ในบางรายจะได้วันลาหยุดเพียง 1-1 1/2 เดือน ถ้าไม่มีญาติผู้ใหญ่ช่วยจึงควรเตรียมหาพี่เลี้ยงตั้งแต่ครรภ์แก่ พี่เลี้ยงไม่ควรจะเป็นเด็กวัยฺรุ่น อย่างน้อยอายุควรเกิน 20 ปี นอกจากในรายที่คุณย่าคุณยายจะเป็นผู้กำกับอย่างใกล้ชิด ถ้าพี่เล็้ยงมีประสบการณ์กับเด็กมาบ้างก็ยิ่งดี เช่นเคยเลี้ยงเด็กมาก่อน หรือเคยเลี้ยงน้องของตนมาหลายคน และที่สำคัญที่สุดก็คือควรจะเป็นคนรักเด็กหรือมีเมตตาพอสมควร

พี่ของน้องคนใหม่

แล้วพี่ๆ ของลูกคนใหม่ล่ะ คุณสนใจความรู้สึกของเขาบ้างหรือเปล่า  ในกรณีที่ไม่ใช่ลูกคนแรก บางครั้งพ่อแม่อาจจะตื่นเต้น เตรียมข้าวของและพูดคุย ถึงลูกที่จะเกิดใหม่จนบางครั้งดูเสมือนหนึ่งไม่สนใจลูก ๆ ที่โตแล้วก็ได้ พ่อแม่ควรเข้าใจว่าลูก เคยได้รับความรักความเอาใจใส่อย่างมากจากพ่อแม่มาก่อน เมื่อจะมีน้องมาเกิดใหม่ ความสนใจ ของพ่อแม่อาจลดลงจากเดิม ยิ่งเมื่อน้องใหม่เกิดแม่ต้องไปอยู่โรงพยาบาล เด็กจำเป็นต้องอยู่กับผู้เลี้ยงดูหรือญาติชั่วคราว เมื่อกลับจากโรงพยาบาลแม่ก็พาน้องมาด้วยอีกคนหนึ่ง ซ้ำยังดูเหมือน ว่าทุกคนจะสนใจกับผู้มาใหม่นนี่มาก จนบางครั้งเด็กอาจรู้สึกว่าตนเป็นส่วนเกินหรือเป็น “ตัวยุ่ง” กับผู้มาใหม่นี้

พ่อแม่จึงไม่ควรลืมเตรียมจิตใจพี่ให้รักน้องด้วยอีกคนหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ขณะแม่ตั้ง ครรภ์ ด้วยการพูดถึงการมีน้องว่าดีอย่างไร ชี้ชวนให้ดูเด็กเล็ก ๆ หรืออุ้มตุ๊กตาเล่นเป็นน้อง เมื่อจัดเตรีอมของใช้ให้น้องก็ควรจะคุยให้เด็กฟังว่าเมื่อเขาตัวเล็ก ๆ แม่ก็จัดให้เหมือน ๆ กัน อาจหาของใช้ของเล่นให้เด็กไปพร้อม ๆ กันด้วย ควรอธิบายให้ฟังว่าเป็นเด็กโตนั้นดีอย่างไร ให้โอกาสพี่ดูแลน้องบฺ้าง เช่นให้ไปหยิบขวดนมให้แม่ป้อนน้อง ช่วยหยิบกระป๋องแป้งของน้อง เป็นต้น พ่อแม่ควรให้ความรักความสนใจลูกเช่นเดิมไม่ควรล้อหรือขู่เด็กว่าจะรักน้องมากกว่า ความอิจฉาน้องนั้นเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดามิใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด สิ่งสำคัญก็คือวิธีที่แม่จะช่วยโดยยอมรับความรู้สึกของเด็ก และช่วยหาทางออกที่เหมาะสมให้ดังกล่าวมาแล้ว เพื่อให้เด็กสามารถควบคุมความรู้สึกได้ และหาทางออกไปในทางช่วยเหลือน้อง ให้ความ ปกป้องในฐานะพี่ต่อไป

ตรงกันข้ามถ้าความรู้สึกเหล่านี้ถูกปิดบังซ่อนเร้นไว้ เด็กก็อาจแสดงออกมาในรูป ความประพฤติแบบอื่น เช่นเกเรแกล้งน้อง หรือทำตัวเป็นทารกเพี่อเรียกร้องความสนไจหรือ อาจเป็นปมด้อยต่อไปได้

เมื่อน้องโตขึ้น การเล่นระหว่างพี่น้องอาจมีการทะเลาะแย่งของกัน ซึ่งเป็นข้อขัด แย้งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา ผู้เลี้ยงดูควรแก้ไขด้วยเหตุผล มิใช่ว่าพี่ต้องยอมน้องทุกครั้ง หรือ น้องต้องยอมพี่เสมอไป แต่ควรจะเป็นแล้วแต่กรณี และเฉลี่ยกันเช่นบางครั้งพี่ก็ยอมน้อง และ น้องก็ยอมพี่ในคราวต่อไป ที่สำคัญอีกอย่างหนี่งคือการให้ของเด็ก ในบางครอบครัวต้องให้ของ เท่ากันทุกครั้ง หรือในบางรายก็ให้พี่หรือน้องมากกว่าตลอดเวลา ที่จริงแล้วการดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้มิได้เป็นไปในรูปหนี่งรูปใดแต่อย่างเดียว พ่อแม่จึงควรให้เด็กมีประสบการณ์ทั้ง 3 อย่าง แล้วแต่สถานะการณ์และของที่ให้ บางครั้งอาจให้เท่ากัน บางครั้งพี่ควรได้มากกว่า และในบางครั้งน้องก็ควรได้มากกว่า ทั้งนี้เพี่อให้เด็กเข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันด้วยความสุข รู้จักการยอมรับตนเองและผู้อื่น และฝึกหัดการรู้จักการเสียสละไปพร้อม ๆ กัน เพี่อที่จะสามารถอยู่ในสังคม โลกแห่งความเป็นจริงได้โดยไม่ยาก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments