การดูแลเด็กวัย 10-11 เดือนเมื่อมีผู้ป่วยเป็นวัณโรคในบ้าน

author   May 30, 2011   Comments Off on การดูแลเด็กวัย 10-11 เดือนเมื่อมีผู้ป่วยเป็นวัณโรคในบ้าน

ในการตรวจสุขภาพประจำปีอาจพบว่าคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นวัณโรคและมีปัญหาว่าจะทำอย่างไรกับลูกดี ถ้าเด็กฉีดวัคซีน บีซีจี เอาไว้แล้ว ก็สบายใจได้ เพราะถึงแม้ว่าวัณโรคจะติดลูก แต่เด็กมีภูมิต้านทานระดับหนึ่งแล้วมักจะไม่เกิดโรค  ทางที่ดีถ้ามีผู้ใหญ่เป็นวัณโรค ควรบอกหมอด้วยว่ามีเด็กเล็กที่บ้าน เพื่อจะได้นำเด็กไปทดสอบวัณโรคซ้ำและตรวจเป็นระยะ ๆ

ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าเด็กยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะทำอย่างไร  ในกรณีที่วัณโรคของผู้ป่วยในบ้านลุกลามไปมากขนาดมีโพรงปรากฎบนฟิล์มเอกซเรย์  และในเสมหะมีเชื้อวัณโรคอยู่มาก โรคคงจะติดเด็กไปแล้ว  ลองทดสอบวัณโรค (Tuberculin Test) ถ้าให้ผลบวกแปลว่าเด็กติดโรคแน่นอน ต้องเอกซเรย์เด็กดู หากพบอาการของโรค แต่ส่วนใหญ่จะไม่พบ ในปัจจุบันแม้เด็กจะไม่แสดงอาการของโรคแต่ถ้ารู้ว่าเด็กติดเชื้อแน่ หมอจะทำการรักษาทันที

สำหรับเด็กคงไม่มีปัญหาเท่าไรนัก แต่ตัวผู้ป่วยเป็นวัณโรคจะต้องได้รับการรักษาจนกระทั่งไม่พบเชื้อในเสมหะเพื่อไม่ให้ไปติดผู้อื่น  ซึ่งระหว่างนั้นจะต้องแยกผู้ป่วยออกจากเด็ก ควรจัดห้องให้ผู้ป่วยอยู่โดยเฉพาะ

ถ้าผู้ป่วยเป็นวัณโรคคือคุณพ่อ คงแก้ไขได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นคุณแม่ ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูเด็ก ก็ต้องหาคนอื่นมาช่วยเลี้ยงเด็กแทน และตัวคุณแม่ควรเข้าโรงพยาบาลรักษาสักระยะหนึงจนกว่าคุณหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้  เพราะถ้ารักษาตัวอยู่ที่บ้าน  ถึงจะมีคนช่วยทำงานบ้านและแยกเด็กไปให้คนอื่นเลี้ยง แต่ก็มักจะมีเรื่องจุกจิกหยุมหยิมให้แม่บ้านต้องลุกขึ้นไปจัดการดูแล จึงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เหมือนอยู่ที่โรงพยาบาล  และทำให้หายช้า

ในกรณีที่เด็กกับคุณแม่เป็นวัณโรค คงต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาตามอาการอีกที

ถ้าทดสอบวัณโรคในเด็กด้วยการทำ Tuberculin Test แล้วปรากฎว่าให้ผลลบหมายความว่า เด็กยังไม่ติดโรค อาจเป็นเพราะในเสมหะของผู้ป่วยยังมีเชื้อไม่มาก อย่างไรก็ตาม การทำ Tuberculin Test จะให้ผลบวกก็ต่อเมื่อติดโรคแล้วประมาณ 1 เดือนขึ้นไป เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าการทดสอบครั้งแรกจะให้ผลลบ หลังจากนั้นอีก 1 เดือนขึ้นไป  ต้องทดสอบอีกครั้งหนึ่ง  ถ้าปรากฎว่าเด็กยังไม่ติดโรคแน่  ก็ฉีดวัคซีน บีซีจี ให้ เด็กจะมีภูมิต้านทานหลังจากฉีดวัคซีนแล้วหนึ่งเดือน  อย่าคิดว่าฉีดวัคซีนแล้วไม่เป็นไรและปล่อยให้เด็กคลุกคลีกับผู้ป่วยทันที

ถ้าหากผลการทดสอบครั้งที่สองเป็นบวก  แปลว่าเด็กเพิ่งติดโรค  รีบทำการรักษาตอนนั้นก็ยังทัน

ในกรณีที่คุณแม่พักรักษาตัวที่บ้านจะเลี้ยงดูลูกได้แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับอาการของโรค  ควรปรึกษาหมอที่รับผิดชอบการรักษาอยู่ และถ้าเด็กยังดูดนมแม่อยู่ควรให้เลิก เพราะนอกจากจะทำให้เด็กมีโอกาสติดโรคมากขึ้นแล้ว ยังทำให้แม่สูญเสียพลังงานของร่างกายและหายจากโรคได้ช้า

หากตรวจพบจุดที่ปอดในการตรวจร่างกายประจำปีและถูกสงสัยว่าเป็นวัณโรคนั้น มีเป็นจำนวนมากที่ไม่ใช่วัณโรค  แต่เป็นโรคปอดอักเสบจากเชื้อไมโครพลาสม่า  เพราะอาการที่ปรากฎบนฟิล์มเอกซเรย์คล้ายกับวัณโรคมาก  แต่โรคนี้จะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์  ในกรณีนี้ จะตรวจไม่พบเชื้อวัณโรคในเสมหะ  และหลังจากนั้น 3สัปดาห์ ถ้าเอกซเรย์ดูอีกครั้งอาการของโรคจะหายไป แปลว่าไม่ได้เป็นวัณโรคปอด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments